Facebook มีลูกเล่นและข้อมูลมากมายไว้ให้กับผู้ทำโฆษณาทุกคน ที่ผ่านมาหลายคนอาจเคยลองกการทำโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คมาแล้ว แต่มันกลับไม่ได้ผลสักที ทั้งที่การตั้งค่าหรือการเลือกกลุ่มเป้าหมายมันก็ง่ายนิดเดียว แต่ทำไมมันถึงไม่ได้ผลล่ะ? นั่นก็เพราะว่าคุณยังรู้จักลูกเล่นที่แท้จริงของเฟสบุ๊คไม่หมดน่ะสิ วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ Facebook Audience Insights เราจะอธิบายให้คุณได้รู้จักว่ามันคืออะไร ใช้งานยังไง และคุณจะได้รับอะไรจากมันบ้าง

มารู้จักกับ Audience Insights

โดยทั่วไปแล้วการทำ SEO หรือการทำ Adwords จะเป็นการหาคำหรือ Keyword เพื่อให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด และยังจะต้องทำการ Research Keyword อีกด้วย แต่ Audience Insights ง่ายกว่านั้นมาก เพราะเราไม่ต้องใช้การกำหนดคำเลย แต่เราใช้ความสนใจในการทำแทน และเรายังสามารถดูได้ด้วยอีกว่าเราควรจะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ หรือไม่

Audience Insights กับข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการตลาด

  • เพจหรือความสนใจ (Page Likes) 

เมื่อก่อนการจะทราบได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราสนใจหรือกดไลค์เพจไหนอยู่นั้นถือเป็นเรื่องยาก แต่ในปัจจุบันนี้ Audience Insights ได้จัดการรวมรวบข้อฒูลเหล่านี้ไว้แล้ว ซึ่งช่วยทำให้ทราบได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณสนใจเพจประเภทไหน และมันตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณกำลังจะลงโฆษณาหรือไม่ 

  • ข้อมูลประชากร (Demographics)

คุณคงจะไม่เชื่อว่าเฟสบุ๊คมันเก็บทุกอย่างจริงๆ การที่เราใส่ข้อมูลลงไปในเฟสบุ๊คส่วนตัวนั้น เฟสบุ๊คก็เข้ามาทำการเก็บข้อมูล และรวบรวมไว้เพื่อการทำการตลาด อยากจะบอกว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ฟรีสำหรับคนทำการตลาด โดยข้อมูลประชากรจะมีตั้งแต่ อายุ การศึกษา จังหวัด ความสัมพันธ์ ทำงานที่ไหน ทำงานตำแหน่งอะไร ใช้ระบบ Android หรือ IOS หรือแม้กระทั่งมีสมาชิกครอบครัวกี่คน ซึ่งก็มาจากการใส่ข้อมูลของเราทั้งนั้น 

  • พฤติกรรมการซื้อ (Purchase Behavior)

แน่นอนว่าการที่เราทำโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คก็ต้องเป็นการขายของออนไลน์อยู่แล้ว และเราก็ต้องอยากรู้ว่า กลุ่มเป้าหมายของเรามีพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์หรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการคัดกลุ่มเป้าหมายชั้นยอดเลยทีเดียว

  • ภาษาและพื้นที่ (Language and Location)

การที่เราทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของเราอยู่จังหวัดไหนหรือใช้ภาษาอะไร ช่วยทำให้เราสามารถสร้างโฆษณาได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพราะการทำโฆษณาในเฟสบุ๊คแต่ละครั้ง เราจะต้องกำหนดพื้นที่ที่แสดงโฆษณาของเราเอาไว้ การมีข้อมูลที่ตั้งของกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้คุณจะได้เปรียบอย่างมาก และยังลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาอีกด้วย

  • รายได้กลุ่มเป้าหมาย (Income)

มาถึงข้อนี้ทุกคนก็คงจะรู้สึกว้าวว่ามันสามารถดูได้จริงๆ หรอ ขอตอบตรงนี้เลยว่ามันดูได้จริง และมันจะเป็นการง่ายต่อการโฆษณามาก เพราะเรารู้กำลังการซื้อของแต่ละคนว่าพวกเขาเหมาะกับสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ว่าคนที่มีรายได้น้อยจะไม่สนใจซื้อสินค้าหรือบริการของเราเลย แต่หากโอกาสในการขายมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อยเกินไป การเลือกโฆษณายังกลุ่มคนเหล่านี้อาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสูง เพราะฉะนั้น หากเราอยากจะลดค่าโฆษณาแล้ว เราควรเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้เหมาะกับสินค้าและบริการของเราจะได้ผลแน่นอนดีกว่า

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ไว้ก่อนใช้ Audience Insights

  • เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้แคบที่สุด

การเลือกจำนวนกลุ่มเป้าหมายด้วยจำนวนคนเยอะๆ ไม่ได้การันตีว่าจะได้การซื้อหรือการคลิกเข้าถึงที่มาก แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ที่จะมีคนมองเห็นโฆษณาสูง วิธีที่เราอยากจะแนะนำคือ เราควรเลือกเจาะจงและมั่นใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะต้องคลิกแน่ๆ วิธีนี้จะดีกว่าการหว่านโฆษณาไปแบบ “เผื่อว่าจะใช่” เพราะฉะนั้นการทำโฆษณาคุณต้องศึกษาและทำการบ้านมาดีๆ เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย  หากไม่แน่ใจหรือเป็นมือใหม่ คุณควรลองทำโฆษณาหรือแคมเปญ A/B Test มาเปรียบเทียบก็ได้ 

  • สร้างกลุ่มเป้าหมายจาก Audience Insights

การทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของเรามีความสนใจในอะไร อยู่ในพื้นที่ไหน หรืออื่นๆอีกมากมาย มันก็เป็นการดี เพราะถ้าหากคุณรู้ข้อมูลจาก Audience Insights คุณก็แค่ใส่คำหรือที่เรียกว่า Keyword ที่ถูกต้องเท่านั้นก็จะได้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ และขอแอบเฉลยอีกนิดหนึ่งว่าข้อมูลที่ได้มา ไม่ได้มาจากเฟสบุ๊คทั้งหมด เพราะมันยังมาจากเว็บไซต์ด้วย 

นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก Audience Insights ได้ ซึ่งสรุปง่ายๆ มันก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของตนเองมากขึ้น สามารถช่วยเหลือในการตั้งกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้ค่าโฆษณาของเราลดถูกลง ถึงแม้อาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาบ้าง แต่ผลลัพธ์นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ปรึกษาทำการตลาด