WordPress ถือเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในการทำเว็บไซต์ เพราะใช้งานง่าย มีปลั๊กอินมากมาย และยืดหยุ่นต่อการปรับแต่ง แต่ถึงจะเป็นระบบที่ดี เจ้าของธุรกิจหลายคนก็มักพลาดกับรายละเอียดที่มองข้ามไป ทำให้เว็บออกมาสวยแต่ไม่ตอบโจทย์ หรือหนักกว่านั้นคือไม่ช่วยสร้างยอดขายเลยครับ
มาดูกันว่า 7 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง และคุณจะแก้เกมยังไงได้บ้าง
1. เน้นความสวย แต่ลืมเป้าหมายทางธุรกิจ
นี่คือปัญหาคลาสสิกครับ หลายคนทุ่มงบไปกับการทำเว็บให้ดูหรู ใส่แอนิเมชัน ลูกเล่นเต็มไปหมด แต่พอลูกค้าเข้ามาจริง ๆ กลับไม่รู้ว่าจะกดไปที่ไหน หรือหาข้อมูลที่ต้องการไม่เจอ
เช่น เว็บขายสินค้าออนไลน์ที่โฟกัสไปที่การทำแบนเนอร์สวย ๆ แต่กลับลืมปุ่ม “ซื้อเลย” หรือไม่ได้จัดวางตะกร้าสินค้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน
วิธีแก้ ก่อนออกแบบ ต้องตอบให้ได้ว่าเป้าหมายหลักคืออะไร
- ถ้าทำเพื่อขาย เน้น Call to Action, ระบบสั่งซื้อ, รีวิวลูกค้า
- ถ้าทำเพื่อสร้างแบรนด์ เน้นเรื่องราว ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ที่อยากให้ลูกค้ารับรู้

2. ไม่วางโครงสร้างเมนูให้ชัดเจน
โครงสร้างเมนูคือเส้นทางที่ลูกค้าใช้เดินบนเว็บไซต์ครับ ถ้าวางซับซ้อนเกินไป หรือใช้คำที่ไม่ชัดเจน ผู้ใช้งานจะสับสนและกดออกไปทันที เช่น เว็บบริการที่มีเมนู “Solution”, “Resource”, “Insight” เต็มไปหมด แต่ลูกค้าเพียงแค่หาปุ่ม “ราคา” หรือ “ติดต่อเรา” ก็ยังหาไม่เจอ
วิธีแก้: ใช้โครงสร้างเมนูที่เข้าใจง่าย ไม่เกิน 5–7 รายการหลัก เช่น
- Home
- About
- Services/Products
- Blog/Knowledge
- Contact
ชื่อเมนูควรเรียกตรงไปตรงมา อย่าพยายามใช้คำเก๋ ๆ จนลูกค้าหลงทางครับ
3. ใช้ปลั๊กอินมากเกินไป
WordPress มีจุดแข็งคือมีปลั๊กอินเยอะ แต่ปัญหาคือเจ้าของเว็บหลายคนมักลงทุกอย่างที่เจอ เพราะคิดว่า “มีไว้ก็ดี” สุดท้ายเว็บกลายเป็น “เว็บบวม” โหลดช้า แถมเสี่ยงต่อความปลอดภัย เช่น เว็บเล็ก ๆ แต่ลงปลั๊กอิน 40–50 ตัว ทั้งที่ใช้งานจริงไม่ถึงครึ่ง
วิธีแก้
- เลือกใช้เฉพาะที่จำเป็น เช่น SEO, Cache, Security, Contact Form
- หมั่นอัปเดตปลั๊กอินสม่ำเสมอ
- ลบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ทิ้งเพื่อลดภาระเว็บ

4. ไม่ให้ความสำคัญกับ SEO ตั้งแต่แรก
หลายคนคิดว่า “ทำเว็บเสร็จก่อน แล้วค่อยมาทำ SEO ก็ได้” แต่จริง ๆ นี่คือความผิดพลาดใหญ่ครับ เพราะถ้าไม่ได้วางแผน SEO ตั้งแต่ต้น คุณอาจต้องรื้อโครงสร้างเว็บใหม่ทั้งหมด
เช่น ใช้ URL ที่ไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ด เช่น www.example.com/page1
แทนที่จะเป็น www.example.com/บริการ-seo
วิธีแก้
- วางโครงสร้าง URL ให้รองรับ SEO ตั้งแต่แรก
- ใส่ Title, Meta Description, Alt Text รูปภาพ
- เตรียมคอนเทนต์ที่ใช้คีย์เวิร์ดที่ลูกค้าค้นหา
- ใช้ปลั๊กอิน SEO เช่น Yoast หรือ Rank Math เพื่อช่วยจัดการ
5. เว็บโหลดช้า เพราะไม่ Optimize
ในโลกออนไลน์ ความเร็วคือทุกอย่างครับ ลูกค้าไม่รอเว็บโหลดนานเกิน 3–5 วินาที และ Google ก็ให้ความสำคัญกับเว็บที่เร็วกว่าเสมอ สาเหตุหลัก ๆ มักเกิดจากการใช้ภาพไฟล์ใหญ่เกินไป, โฮสติ้งคุณภาพต่ำ หรือไม่มีการติดตั้งระบบ Cache
วิธีแก้
- บีบอัดรูปภาพด้วยเครื่องมืออย่าง TinyPNG หรือ ShortPixel
- ใช้โฮสติ้งคุณภาพสูงที่เหมาะกับ WordPress
- ติดตั้งปลั๊กอิน Cache เช่น W3 Total Cache หรือ WP Rocket

6. ไม่มีระบบความปลอดภัย
เว็บ WordPress เป็นเป้าหมายยอดฮิตของการโจมตีครับเพราะคนใช้เยอะถ้าไม่ดูแลอัปเดต หรือป้องกันเว็บอาจถูกแฮกได้ง่าย ๆ
วิธีแก้
- ใช้ SSL (https://)
- ตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนและเปลี่ยนบ่อย ๆ
- ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัย เช่น Wordfence
- อัปเดตธีมและปลั๊กอินสม่ำเสมอ
7. ขาดคอนเทนต์ที่มีคุณค่า
เว็บที่มีแค่หน้า Home + About + Contact แต่ไม่มีคอนเทนต์อื่น ๆ จะไม่ช่วยดึงลูกค้าใหม่จาก Google เลยครับ เพราะไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ Google มองว่าเว็บมีคุณค่า
วิธีแก้
- สร้าง Blog Content ตอบคำถามที่ลูกค้าสนใจ
- ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเป็นคลินิก เขียนบทความ “วิธีดูแลผิวหน้าหลังทำเลเซอร์”
- ถ้าเป็นร้านอาหาร เขียน “5 เมนูยอดนิยมที่ลูกค้าชอบสั่ง”
เนื้อหาที่มีคุณค่าจะทำให้ลูกค้ากลับมาอ่านซ้ำ และช่วยเพิ่มโอกาสการขายครับ
การทำเว็บ WordPress ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งสำคัญคืออย่าหลงทางกับ “ความสวย” จนลืมเป้าหมายจริงของธุรกิจครับ ถ้าเลี่ยง 7 ข้อผิดพลาดนี้ได้ คุณจะได้เว็บไซต์ที่ทั้งสวย ใช้งานง่าย โหลดเร็ว ปลอดภัย และที่สำคัญคือช่วยสร้างรายได้จริง
ทีมงาน Move On Marketing พร้อมช่วยทำเว็บไซต์ WordPress ที่ครบทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และรองรับ SEO ตั้งแต่วันแรก https://www.moveonmarketing.com/wordpress
เขียน/เรียบเรียงโดย: บจก. มูฟออน มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
- LINE ID @moveonmarketing
- Facebook : มูฟออน มาร์เก็ตติ้ง
- Instagram : มูฟออน มาร์เก็ตติ้ง
- Twitter : MoveOnThailand
- Mobile : 064 989 9797
- Mail : [email protected]